\ 







                หม่อมศรีไศล วรานนท์ (สุชาตวุฒิ) เป็นนักร้องเพลงลูกกรุงยุคเก่าที่มีชื่อเสียงมาก ผลงานเพลงของเธอเป็นที่ประจักษ์ชัดแด่นักฟังมาอย่างยาวนาน ด้วยโทนเสียงนุ่มละมุน มีวิธีการขับร้องที่ผิดแผกแตกต่างไปจาก นักร้องในยุคเดียวกัน  ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงคือ อาทิ  รักข้ามขอบฟ้า, เก็บรัก, คิดจะปลูกต้นรักอีกกอ, ชั่วฟ้าดินสลาย, จงรัก ลมหวน,บัวขาว,หากรู้สักนิด เคยมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง เพลงรักเพื่อเธอ (2520) นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี และพิศมัย วิไลศักดิ์

                ปัจจุบันมีอายุย่างเข้าเลขเจ็ดแล้ว แต่ก็ยังรักการขับร้องเพลง

                ในอดีต การเริ่มต้นขับร้องเพลงก็มีที่มาที่น่าตื่นใจทีเดียว แม้ว่าตัวเองจะไม่เคยได้เรียนร้องเพลงมาก่อน ได้แต่อาศัยฟังเพลงต่างประเทศแล้วก็ฝึกฝนด้วยตนเอง ในขณะที่เป็นนักเรียนมัธยมได้สมัครเข้าประกวดร้องเพลงในงานกาชาด ที่สวนอัมพร ด้วยเพลงชื่อ “ดอกไม้” ซ่งประพันธ์โดย ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ (หม่อมหลวงพวงร้อย สนิทวงศ์) จึงได้รับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ จากนั้นก็ยังหันมาสู้วงการตัดเย็บออกแบบเสื้อผ้าไปด้วย

                ในไม่ช้า งานแสดงภาพยนตร์งานขับร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงก็พรั่งพรูมายังตัวเธอ จนกลายเป็นนักร้องเพลงลูกกรุงที่มีลีลาเฉพาะตัวโด่งดังที่สุดของฟ้าเมืองไทย โดยเฉพาะสถานบันเทิงดังๆในยุคก่อนจะว่าจ้างเธอไปร้องเพลงเป็นประจำ  เธอได้สมรสกับ ไพบูลย์ ลีสุวัฒน์ หัวหน้าวงดนตรีคีตะวัฒน์ที่มีชื่อเสียงมากต่อมาได้แยกทางกันในปี 2519 และในปี2525ก็ได้สมรสอีกครั้งกับกับพระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช เธอจึงอำลาวงการเพลงไปหลายปี จนเป็นที่พิศวงของแฟนเพลง

                ในช่วงนั้น ใครๆก็ต่างถามหานักร้องยอดนิยมท่านนี้ เพลงที่ออกวาตลาด ก็ล้วนเป็นเพลงเก่าที่เคยบันทึกไว้ ศรีไศล ได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ทำธุรกิจซื้อบ้านเก่ามาตกแต่งและขาย ที่ประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันขายบ้านและกิจการทั้งหมดแล้ว หายจากวงการไปนานกว่า30ปี ก็กลับมาร้องเพลงในงานการกุศล และร้องเพลงประกอบละครในปี 2555 เรื่อง รอยไหม ชื่อเพลง "เพียงได้เคียงเธอ" สามารถจึงคว้ารางวัล โทรทัศน์ทองคำ สาขาเพลงประกอบละครยอดเยี่ยม จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ แสดงถึงความสามารถที่ไม่เคยจืดจางของศิลปินท่านนี้

                เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช สิ้นชีพิตักษัยเธอจึงได้หวนกลับมาในวงการอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต

                ในแง่ของการเป็นศิลปินดัง ศรีไศล สุชาตวุฒิเป็นดาวเด่นท่ามกลางามกลางศิลปินไทยหลายท่าน  ในแง่ผลงานอันเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ หลายคนอยากนำเธอกลับมาร้องเพลงใหม่หรือไม่ก็นำเอาต้นฉบับดั้งเดิมซึ่งเธอได้ขับร้องเอาไว้อย่างไพเราะ มารีอิสชู่แผ่นไวนีลอีกครั้งในตลาดของแผ่นเสียงไวนีลเก่าดั้งเดิม  แผ่น อัศวินอมตะ คือแผ่นหายากแบบว่าเป็นแผ่นราคาเดียวกับทองคำ ดีๆนี่เองละครับ มีคนเฝ้าเพียรหาเพื่อเป็นเจ้าของ แต่ก็มีผู้ประสบผลสำเร็จน้อยราย เนื่องจากแผ่นผลิตออกมาน้อย อีกทั้งแผ่นสภาพดีมีราคาพแพงมาก เล่นกันในระดับเงินหมื่นเลยทีเดียว

                ก็นับว่าโชคดีที่จากนี้ไป ผู้รักเพลงของศรีไศล จะได้เก็บผลงานชิ้นนี้เอาไว้ในแบบรีอิสชู่อีกครั้ง สนนราคาหรือก็เป็นมิตรกระเป๋ายิ่งนัก เราจะได้ฟังเพลงที่เธอขับร้องเอาไว้ในขณะที่ยังสาวสะพรั่งเสียงแหบเสน่ห์น่าฟังกว่าทุกแผ่นที่เคยได้ฟังได้ยิน เนื่องจากผู้นำมาสเตอร์ดั้งเดิมกลับมาทำใหม่ ได้มีความตั้งใจสร้างผลงานชิ้นนี้อย่าประณีตไม่ให้ด้อยไปกว่าของดั้งเดิมโดยผลิตออกมาทั้งCD และแผ่นไวนีล เพลงที่มีทั้งหมดคือ ลมหวน ในฝัน หากรู้สักนิด ชีวิตละคอน เรารักกันไม่ได้ บัวขาว ดอกไม้ เงาไม้ ปิ่นทอง รักฉันสักนิด เพลงที่ทุกคนรอคอยต้นฉบับที่ดีที่สุดชุดนี้

                หลังจากผมได้ฟังแผ่นTest Pressing แล้ว ต้องอกว่า นี่คือการขับร้องในช่วงที่เสียงยังคงเส้นคงวาที่สุด ดนตรีดีที่สุด และบันทึกอย่างประณีตที่สุดในช่วงเวลานั้น ที่สำคัญ เป็นแผ่นประวัติศาสตร์ท่เธอร้องเพลงชุดนี้ให้อัศวินภาพยนตร์ ซึ่งดนตรีบรรเลงแบ็ตอัพ คือวง คีตะวัฒน์ นั่นเอง แล้วเราจะพลาดได้อย่างไร คนที่รักแผ่นไวนีลยิ่งไม่สมควรพบาดแม้แต่น้อย สำหรับท่านที่สนใจลองโทรไปจองได้ที่ …........

                 ก่อนหมด แล้วจะอดและเสียดายครับ