\ 







              

ปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีจากSonyที่มาอย่างแรงในปี2018

     ในปีนี้ ดูเหมือนทางSony ได้เร่งสปีดในการออกวางตลาดผลิตภัณฑ์ จำนวนมาก ตั้งแต่กล้อง  เฮดโฟน เครื่องเล่นไฮเรส  จอภาพทีวีOLED โปรเจคเตอร์ แทบไม่เว้นช่องว่างให้คู่แข่งได้หายใจหายคอเลยแม้แต่น้อย

  อันที่จริงSony เองมีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีเพือความบันเทิงในบ้านมาอย่างยาวนาน การโหมกระหน่ำเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เป็นการตอกย้ำว่าSony ยังคงเป็นผู้นำเสมอ

   สำหรับผลิตภัณฑ์ ที่ถือว่า สร้างความตื่นเต้นมากที่สุดคือ โปรเจคเตอร์4K แบบเลเซอร์ ที่มีอัตราคอนทราสต์เรโช ในระดับ infinity:1 และจอทีวีแบบเปล่งแสงในตนเอง OLED TV

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::;

    ปีนี้ ทางSony ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่หลายหลากรุ่น เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ควบคู่กันไปหลายรูปแบบ เพื่อความบันเทิงในบ้าน

     โดยมีเรือธงนำหน้าคือ A8FและX9000F และด้วยความล้ำสมัยก็ยังคงมีระบบภาพ4K HDR รวมถึงOLED TV ที่ สนองตอบ dolby vision ที่ถือว่า เป็นการให้ไดนามิคภาพอันน่าอัศจรรย์

   การประกาศเปิดตัว OLED และ LCD 4K HDR TV ซี่รีส์ใหม่นี้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ชมด้วยคุณภาพของภาพที่ดียิ่งขึ้น

     หลังจากที่โซนี่เปิดตัว OLED 4K HDR TV ภายในชื่อ BRAVIA เมื่อปี 2017 จนได้รับการตอบรับจากลูกค้าและนักวิจารณ์อย่างดีเยี่ยมด้วยนวัตกรรมการออกแบบที่เรียกว่า One Slate ที่ผสมสานคุณภาพภาพที่ดีเยี่ยมของหน้าจอ OLED และคุณภาพเสียงที่ให้ความสมจริงที่ออกมาจากจอที่ให้ความดื่มด่ำเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงด้วยเทคโนโลยี Acoustic Surface จากความสำเร็จดังกล่าว ทางโซนี่จริงขยายสายผลิตภัณฑ์ด้วย A8F series ใหม่ เพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภคได้กว้างยิ่งขึ้นด้วย จอ OLED ระดับพรีเมี่ยมอันทันสมัยด้วยตัวประมวลผลภาพ 4K HDR picture processor-X1 Extreme อันโดดเด่นไม่เหมือนใครที่ให้ทุกรายละเอียดของภาพ สีดำที่เข้มลึกและสีสันที่สมจริงดั่งมีชีวิตชีวา และเทคโนโลยี Acoustic Surface ที่ไม่เพียงแต่ให้ภาพที่คมชัดสมจริงแล้ว ยังให้คุณได้ดื่มด่ำกับคุณภาพเสียงที่สมจริง

  จอSony BRAVIA ยังมีรุ่น4KHDR ด้วยพลังจากชิปExtream Processor X1 4KHDR อันลือชื่อในรุ่นX9000F เป็นจอพัฒนาใหม่แบบLED 4K TV ที่มาพร้อมกับขนาดจอให้เลือก ตั้งแต่ขนาด85,75,65,55,และ49นิ้ว

   จอOLED ซีรีย์A8Fพรั่งพร้อมในขนาด65,55นิ้ว รวมเทคโนโลยีทุกอย่างจากSony ดังกล่าว เช่น ระบบ4K HDR จอแบบ Triluminos Display และAcoustic Surface แต่ความน่าสนใจคือเรื่องราคา ที่น่าจะทำตลาดได้ดียิ่งขึ้น และที่กรุงเทพ  Sony และAV Value ได้ร่วมกันเปิดตัวโปรเจคเตอร์ ระดับ4K HDRใหม่ล่าสุดสามรุ่นหลักได้แก่

     Sony VPL-VW760ES hands-onซึ่งเป็นโปรเจคเตอร์ ใช้ระบบเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดภาพระดับพรีเมี่ยมด้วยความสว่าง2000ANSI ที่มีขนาดกะทัดรัด ที่น่าทึ่งคือมีอายุการใช้งานหลอดยาวนานถึง20,000ชั่วโมง

 

  การแสดงผลภาพไล่เรียงตั้งแต่เฉดเข้มสุดไปถึงสว่างสุดอย่างยอดเยี่ยม ใช้เทคโนโลยี Triluminos เอกสิทธิ์เฉพาะของSonyและเทคนิคMotionflow

สนองตอบภาพเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการชมกีฬา

   อัตราคอนทราสต์เรโช อินฟินิตีต่อ1 ถือว่า มีพลังด้านภาพอย่างสุดยอด และเป็นรุ่นที่ได้รับการยกย่องจากสื่อทั่วโลก รวมทั้งผู้ที่ได้ชมในงานCESที่ผ่านมา

     นอกจากนั้นยังมี   VPL-VW360โฮมโปรเจคเตอร์อัตราส่วนคอนทราสต์สีดำและสีขาวสูง ปรับขนาดมุมการฉายภาพรองรับคอนเท้นท์หลายรูปแบบ

 VPL- VW260ES โฮมโปรเจคเตอร์ระบบ4K ราคาประหยัด ที่น่าทึ่ง

       ในวันเดียวกันนี้ ทางSony ได้กรีฑากองทัพ ระบบเครื่องเสียงครบไลน์ “ Feel The Sound All Around “ที่โรงแรมสวิสโฮเทล เลอคองคอร์ด

  ผลิตภัณฑ์ เรียงร้อยเป็นขบวนเลยทีเดียว เริ่มจากหูฟัง ไร้สายแนวสปอร์ต  WI-SP700PNworld’ s first sport truly wireless ขนาดกะทัดรัด เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ และ NFC ที่ป้องกันน้ำในระดับIPX4 มีระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะdigital noise cancelling พร้อมระบบแอมเบี๊ยนท์ซาวนด์

    การสวมใส่ง่ายดายมาก โดยมีวิงล็อกติดกับใบหู พร้อมกล่องพกพาที่เป็นระบบชาร์จไฟในตัว คุณสมบัติที่น่าทึ่งคือการซัพพอร์ต Google Assistant รับคำสั่งได้หลากหลาย มีสี่สี ให้เลือก ทูโทน ดำ ขาว และพาสเทล

   หูฟังนี้ยังมีรุ่นWI-SP600N และ WI-SP500 เฮดโฟนไร้สายแบบคล้องคอที่ทีคุณสมบัติครบถ้วนอีกสองรุ่นที่มีระบบExtra Bass คุณสมบัติสุดยอดเช่นเดียวกัน

   ผลิตภัณฑ์ หูฟังแบบHi-Resolution Audio ในรุ่น MDR-1AM2 เฮดโฟนแบบครอบศีรษะที่มีขนาดย่อมลงแต่มีโครงสร้างแบบเฟรมดอกไม้ Fibanacci-Patterned ช่วยเพิ่มรายละเอียด เก็บความพลิ้วไหวของเสียงดนตรี มีขั้วต่อแบบบาล้านซ์ ช่วย ตัวขับเสียงขนาด40 มม. ที่สามารถสนองตอบความถี่ได้ถึง100KHz

   กลุ่มลำโพงแบบไร้สายExtra Bassมาพร้อมฟังก์ชั่นสนุกเพิ่มสีสันในการฟังดนตรี ที่มีโหมดเครื่องเคาะจังหวะเสียงดนตรีในตัวเองหรือ Party booster สามารถทำเสียงได้15 แบบโดยเลือกจากแอพSony Music Center การเชื่อมต่อใช้งานร่วมกันแบบwireless Party Chain ได้ถึง100 ตัว

    สำหรับสินค้ากลุ่มนี้ มีสี่รุ่น รุ่นพิเศษ อย่าง SRS-XB41  SRS-XB31 ที่ใช้วัสดุหุ้มลำโพงที่สามารถล้างน้ำได้ ป้องกันน้ำ ระดับIPX 7 แพรวพราวทั่งเสียงและภาพที่วูบวาบตระการตา

   ในขณะที่ลำโพงไร้สาย ขนาดเล็กรุ่นSRS-XB21 คุณภาพสูง พร้อมไฟสีกะพริบ ป้องกันน้ำระดับ IPX6

     ที่ถูกใจนักเล่นเครื่องเสียงมากที่สุดคือ Sony HT-Z9F ระดับพรีเมียม3.1 Channel และHT-X9000F แบบ2การช่าง.1 แชนแนล ทั้งคู่เป็นระบบซาวนด์บาร์ รุ่นแรกของโลกในระบบDolby Atmos ใช้งานสะดวกประหยัดพื้นที่ และงบประมาณ

   อีกหนึ่งคือ เครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์แบบ4K HDR ที่เริ่มเปิดตลาดการเล่นภาพระบบ4K Ultra HD อย่างเต็มกระบวน หลังจากสีแผ่นบลูเรย์ระบบ4K ออกวางตลาดเกิน200 เรื่องแล้วในขณะนี้

    สุดท้ายคือ เครื่องเสียงแบบAll In One ที่หนึ่งbox สามารถให้พลังเสียงครอบคลุมพื้นที่แบบ360องศามีเครื่องเคาะจังหวะTaiko Mode ในตัวเอง เพิ่มความสนุกสนานสำหรับงานParty เป็นLifestyle เก๋ไก๋ อย่างยิ่ง

   นี่คือ เทคโนโลยีส่วนหนึ่งที่Sony ออกวางตลาดในเมืองไทยแน่นอน ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

   เป็นการบ่งชี้ว่า Sony ค่ายญี่ปุ่นยังเผ็ดร้อน และยิ่งใหญ่เสมอ

 

 

ยุค 4.0 ส่งผลต่อผู้ผลิตทีวีต้องดิ้นหนีตาย

ยุคดิจิตอลไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนหันหลังให้กับสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว สื่อทีวีแม้ว่าจะยังคงอยู่ได้ แต่ก็ต้องเผชิญกับสื่อใหม่เข้ามาแบ่งเค็กไปไม่น้อย แต่ผลกระทบกลับส่งผลถึงผู้ผลิตเครื่องรับทีวีโดยตรงไม่น้อยไปกว่าผู้ผลิตรายการทีวี เพราะผู้บริโภคหันไปเสพสื่อผ่านอุปกรณ์พกพามากขึ้น

จากการเปิดเผยจากวงการผู้ผลิตทีวีในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา Konka Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ที่สุดของจีนต้องประสบภาวะขาดทุนในปี 2015 ถึง 1.2 ร้อยล้านหยวน และในปี 2016 ขาดทุนอีก 97 ล้านหยวน จนต้องเทขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อให้ตัวเลขบัญชีดูสวย อย่างน้อยก็ให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ใจชื้นขึ้นมาบ้าง ส่วน Hisense Electric ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อีกรายที่เทคโอเวอร์ Toshiba Visual Solutions และ Sharp (เฉพาะตลาดทวีปอเมริกา) ก็มีผลกำไรลดลงถึง 46.5% ในปีที่ผ่านมา หรือ 942 ล้านหยวน ซึ่งเป็นผลกำไรที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา

                ปัจจุบัน Hisense มีส่วนแบ่งตลาดทีวีทั่วโลกเป็นอันดับ 3 การเข้าซื้อกิจการของ Toshiba ก็จะทำให้ฐานตลาดของ Hisense กว้างขึ้น โดยทางบริษัทคาดหวังว่าจะสามารถทำให้ Toshiba กลับมากำไรได้ภายใน 1 ปีหรือเต็มที่ไม่เกิน 3 ปี ในขณะที่ปัจจุบัน Toshiba มีส่วนแบ่งในตลาดญี่ปุ่นประมาณ 17%  ส่วน Sichuan Changhong Electric ซึ่งเคยเป็นเบอร์หนึ่งในผู้ผลิตโทรทัศน์สีของจีนในยุคทศวรรตที่ 1990 ก็รายงานว่าในช่วงสามไตรมาสแรกของ 2017 นั้น ผลกำไรลดลงถึง 68% เช่นกัน

                แม้ว่า นี่จะเป็นเพียงแค่ภาพด้านเดียวของตลาด แต่เชื่อว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะวิถีชีวิตที่อยู่บนท้องถนนมากขึ้น โอกาสที่จะนั่งชมทีวีในบ้านอย่างเป็นกิจลักษณะมีน้อยลงทุกที สิ่งที่เข้ามาทดแทนคือ โทรศัพท์มือถือประกอบด้วยเทคโนโลยีสื่อสาร 4G และ 5G ที่จะเข้ามาปีหน้าหรือไม่เกิน 2 ปี ทำให้การรับชมเป็นไปอย่างสมูธพร้อมการมีปฏิสัมพันธ์ในระหว่างการชมได้ ในส่วนนี้แม้ว่าทีวีเองจะพยายามทำ Smart TV เมื่อหลายปีก่อน แต่มันไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจึงไม่ได้รับความนิยม แต่ทีวีก็ไม่ย่อท้อด้วยการฝังระบบปฏิบัติการ Android (หรือ OS อื่น แต่คงยากที่จะไปรอดได้) เข้าไปในเครื่องเพื่อให้มันสามารถทำงานได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ(ในระดับหนึ่ง) แต่ได้เปรียบในแง่ของขนาดจอภาพที่ใหญ่เต็มตา ดูสบายตากว่า และสิ่งที่แทบทุกค่ายพยายามทำเพื่อหนีตายคือ การยกระดับตัวเองไปสู่ตลาดระดับพรีเมี่ยม เช่น จอภาพที่คมชัดสมจริงมากกว่า ซึ่งปัจจุบันจะเป็น 4K เป็นมาตรฐาน และคงจะขยับไป 8K ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

                แต่ไม่ว่าจะปรับตัวอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ ปริมาณหน่วยการขายย่อมไม่มีทางเทียบได้กับวันวาน คงทำได้อย่างเดียวคือ คงยอดรายได้และผลกำไรไว้ให้ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงต้องชิงส่วนแบ่งตลาดกันดุเดือดมากขึ้น และผู้แพ้ย่อมต้องถูกผู้แข็งแกร่งกว่า”กลืน”ดังเช่น Toshiba กับ Sharp เป็นต้น ในยุคกระแสเทคโนโลยีอันเชี่ยวกราดนี้ การปรับตัวจึงเป็นหนทางเดียวเพื่อความอยู่รอด

 

 การคืนชีพของเทปคาสเซท

ยังจำได้ไหม สมัยที่เทปคาสเซทเฟื่อง (ถ้ารู้จัก ก็คงจะคาดเดาอายุได้ไม่ยาก ) ผู้คนพากันซื้อหา Sony Walkman มาใช้กันให้เกร่อ ใครไม่มีใช้จะกลายเป็นคนเชยตกยุค เครื่องเล่นเทปก็มีใช้กันทุกบ้าน ทั้งที่มาในรูปแบบชุดสเตริโอกระเป๋าหิ้ว  หรือแบบที่แยกส่วนเป็นเครื่องเล่นเทปโดยเฉพาะ  ตัวอย่างเช่น เครื่องเล่นเทป  Nakamichi ซึ่งเป็นเครื่องเสียงที่อลังการงานสร้างมาก นอกจากรูปลักษณ์ที่สุดจ๊าบแล้ว ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำยุคมากมาย

ปรัชญาของ Nakamichi คือการพัฒนาคิดค้นเครื่องเล่นเทปที่ดีที่สุดชนิดไร้ข้อจำกัด เช่น มีหัวอ่านที่สามารถปรับมุม Azimuth แบบอัตโนมัติ เพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุดตลอดเวลา  ในบางรุ่น เรายังได้เห็นการดีดตัวของอุปกรณ์ป้อนเทป ที่พลิกหน้าเทป 360 องศาจากหน้า A เป็นหน้า B โดยอัตโนมัติ นัยว่า จะได้ไม่ต้อง rewind เทปกลับทิศ เพื่อให้องศาของหัวอ่านเทปมีค่าคงที่เสมอ

แต่ทุกอย่างเมื่อถึงจุดสูงสุดก็มีวันโรยรา โลกค้นพบกับเทคโนโลยีใหม่ คือ Compact Disc – CD เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่โซนี่และฟิลิปส์ จับมือกันออกแบบแผ่นดิสก์สำหรับระบบเสียงดิจิตอลแบบใหม่  ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลบนแผ่นได้มาก ทนทานต่อการสัมผัสและรอยนิ้วมือ การอ่านข้อมูลด้วยเลเซอร์ จึงเล่นเพลงได้หลายครั้ง โดยไม่ต้องสัมผัสแผ่น  เครื่องเล่น CD พลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องเสียง เพราะช่วยให้การเล่นเพลง เดินหน้า ถอยหลัง สะดวกรวดเร็วในพริบตา การเล่นเทปคาสเซตก็เสื่อมทรามไป จนเหลือการใช้งานเฉพาะในวงแคบ ๆ

ต้องไม่ลืมว่า ต่อมามีการคิดค้น DAT (Digital Audio Tape) เทคโนโลยีสำหรับเทปแบบใหม่ ซึ่งพยายามเข้ามาแทนที่เทปคาสเซ็ท  สามารถบันทึกเสียงในระบบดิจิตอลที่ความถี่ 44.1 KHz เพื่อใช้เป็นเทคโนโลยี่การบันทึกเทปต้นฉบับ (Master) สำหรับนำไปผลิตเป็นแผ่น CD ต้นแบบ  ข้อดีของ DAT ก็คือสามารถอัดและบันทึกใหม่ได้ แตกต่างจาก CD ซึ่งใช้งานเล่นได้อย่างเดียว อย่างไรก็ตามการก้าวสู่ยุคของไฟล์ดิจิตอลและคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ทำให้อนาคตของ DAT ดับวูบไปเช่นกัน

ล่าสุด ต้นปีที่ผ่านมา จู่ ๆโตชิบาก็สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศว่า จะเปิดตัวเครื่องเล่น CD Radio Cassette ที่สามารถให้เสียงระดับ Hi-res จากเส้นเทป  เดอะแจแปนนิวส์ รายงานข่าวว่า เครื่องเล่นนี้ถูกออกแบบให้มีกลไก“mechanism” ที่จะยกระดับคุณภาพของเสียงดนตรีจากคาสเซทเทป ให้ได้เสียงยอดเยี่ยมระดับรายละเอียดสูง

การแถลงว่า เครื่องเล่นเทปสามารถให้เสียง Hi-res นั่นหมายถึง ผลิตภัณฑ์นี้ จะต้องผ่านมาตรฐานของ High Resolution Audio ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง Japan Audio Society และสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งอเมริกา (RIAA)

ข่าวยังบอกว่า โตชิบาคาดว่าผลิตภัณฑ์นี้น่าจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี   โดยมีแผนที่จะวางจำหน่ายเทปคาสเซสที่บันทึกเสียงร้องของ โทโมโย ฮาราดะ(Tomoyo Harada) นักร้องชื่อดังของญี่ปุ่น โดยจะวางตลาดเครื่องเล่นด้วยราคาจำหน่าย 29,000 เยน (ราว 8,400 บาท)

 

หมายเหตุ : ข้อกำหนดของ High Resolution Audio (HRA) คือเสียงในรูปแบบ LPCM ที่เหนือกว่ามาตรฐานของ Audio CD ที่มีความละเอียด 16-bit 44.1 KHz (ใช้กับ CD) และ 48 KHz (ใช้ใน DVD และเทป DAT)