\ 







12 กรกฎาคม 2560 - เอปสันเสริมทัพอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่รุ่น WorkForce มั่นใจเทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ (Micro Piezo) แกร่งแซงหน้าเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร ทั้งใน ด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

 

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ธุรกิจรับพิมพ์เอกสารจะเลือกพิมพ์งานในปริมาณมากด้วย เลเซอร์พรินเตอร์หรือผ่านเครื่องถ่ายเอกสาร เพราะยังเชื่อว่าพิมพ์งานได้เร็ว คุณภาพดี และต้นทุนต่อแผ่นไม่แพง แต่วันนี้เอปสันกำลังจะปฏิวัติการพิมพ์ในองค์กร ด้วยมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กร ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ตระกูล WorkForce ที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซของเอปสัน”

 

“การจะเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ของผู้ใช้  เอปสันจำเป็นต้องมีสินค้าที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการ ลงทุนที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ทั้ง WorkForce Enterprise WF-C20590 และ  

WF-C17590 เป็นมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพิมพ์ปริมาณมากใน องค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ทั้งสีและขาวดำได้เร็วเท่ากันถึง 100 แผ่น/นาที ในรุ่น WF-C20590 และ 75 แผ่น/นาที สำหรับรุ่น WF-C17590 ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ประหยัดและคุ้มค่ากว่าเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร โดยพิมพ์ขาวดำถูกกว่า 26% และพิมพ์สีถูกกว่าถึง 300% ทั้งยังรองรับประเภทงานพิมพ์ที่ หลากหลายภายในองค์กร ทั้งบนกระดาษขนาด A3 กระดาษหนาพิเศษ 350 แกรม และกระดาษยาวต่อเนื่องถึง 120 เซนติเมตร”

 

 

“นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์ต่อเนื่องในความเร็วสูงโดยคุณภาพไม่ตก เพราะมีเทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซรุ่น ล่าสุด PrecisionCore Line Head ที่สามารถยิงน้ำหมึกลงบนกระดาษที่วิ่งผ่านหัวพิมพ์ไปด้วยความเร็วสูงได้อย่าง แม่นยำ บวกกับเทคโนโลยีตรวจสอบหัวฉีดหมึก Nozzle Verification ช่วยรักษาความต่อเนื่องในการพิมพ์ให้ไม่ สะดุด และระบบสายพานไฟฟ้า (Electrostatic Transfer Belt) ที่ช่วยให้กระดาษวางเรียบขณะพิมพ์ ทำให้ได้งาน พิมพ์คุณภาพดี และด้วยกระบวนการพิมพ์เช่นนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนและชิ้นส่วนอุปกรณ์มากมายในการ พิมพ์เหมือนอย่างเลเซอร์พรินเตอร์ จึงช่วยให้ราคาเครื่องและค่าพิมพ์ต่อแผ่นถูกว่า ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ มากกว่าการพิมพ์ด้วยเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 90% การบำรุงรักษาก็ยังง่ายและถูกกว่า รวมไปถึงอายุการใช้งานก็ยัง นานกว่าอีกด้วย ลูกค้าจะรู้ได้ทันทีเมื่อใช้เครื่อง WF-C20590 และ WF-C17590 ว่าประหยัดกว่าและคุ้มค่ากว่า การใช้เลเซอร์พรินเตอร์” นายยรรยง กล่าวเสริม

 

WF-C20590 และ WF-C17590 ยังรวมฟังก์ชั่นสำหรับพรินเตอร์ สแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ไว้อย่าง ครบครัน สามารถสแกนเอกสารหน้าเดียวเร็ว 60 หน้า/นาที และสแกนหน้าหลัง 110 หน้า/นาที ทั้งสองรุ่นยังใช้ หมึกกันน้ำ DuraBrite Pigment Ink ในตลับหมึกความจุสูง 4 สี ซึ่งสามารถพิมพ์สีได้ 50,000 แผ่น และขาวดำ 100,000 แผ่น ทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ผ่านโมบายด้วยแอพพลิชั่น Epson Connect, Google Cloud Print, Mopria เป็นต้น

 

นอกจาก WF-C20590 และ WF-C17590 แล้ว เอปสันยังเปิดตัว WorkForce Pro WF-C869R มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore และระบบหมึก RIP (Replaceable Ink Pack)

ชุดหมึกที่ถอดเปลี่ยนได้ รองรับการพิมพ์สีได้ 84,000 แผ่น และขาวดำ 86,000 แผ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดหมึก

ทั้งยังพิมพ์ได้เร็ว 24 แผ่น/นาที และสแกนที่ 25 หน้า/นาที พรินเตอร์ WF-C869R ยังเป็นแพลทฟอร์มเปิดใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นควบคุมการพิมพ์และสแกนไฟล์ผ่านเว็บไซต์ เช่น PaperCut MF เป็นต้น

 

“เอปสันเป็นผู้ผลิตและเจ้าของเทคโนโลยีด้านอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรายหนึ่งของโลก

และมีประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 ทศวรรษ ผ่านการปฏิวัติพรินเตอร์ประเภท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์โฟโต้ พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสำหรับการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม จนมาถึง พรินเตอร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่สำคัญทั้งหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ ชิ้นส่วนทุกชิ้นในพรินเตอร์ รวมไปถึงน้ำหมึก ล้วนแต่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยเอปสันเอง ทำให้พรินเตอร์ของเอปสันมีความเสถียรและประสิทธิภาพสูง และสามารถรับประกันคุณภาพได้”

 

“บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเสริมทัพสินค้าในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายขององค์กรในแต่ละประเภทธุรกิจและในงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยยังชูจุดเด่นที่ความคุ้มค่าในการลงทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะสร้างพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มใหม่ เพื่อเน้นเจาะตลาดองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจปล่อยเช่า

เครื่องถ่ายเอกสาร ร้านศูนย์ถ่ายเอกสาร รวมไปถึงกลุ่มสถาบันศึกษา และหน่วยงานราชการ พร้อมกับให้การรับ ประกันเครื่องแบบ on-site service ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลูกค้าสามารถขยายระยะเวลาคุ้มครองได้นานถึง 5 ปี เพื่อนำสินค้าของเอปสันสอดแทรกเข้าไปในตลาดให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้บริโภค และเพื่อทดแทนเลเซอร์พรินเตอร์ รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารที่ยังใช้อยู่ในองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย