\ 







ชำแหละ “มังกรหยก” (9) – คัมภีร์เลี้ยงดูบุตร (2)                                              by: Tawatchai Meng

จากตอนที่แล้ว เราได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้กัวจิ้งกับหยางคางประสบความสำเร็จในชีวิตผิดกันราวฟ้ากับเหว ทั้งๆที่เมื่อเทียบไอคิว ฐานะและความพร้อมทางครอบครัวแล้ว กัวจิ้งด้อยกว่าอย่างลิบลับ นอกจากประเด็นที่กล่าวถึงเมื่อตอนที่แล้ว เรามาวิเคราะห์กันต่อไปว่าสาเหตุอะไรที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้น

 

2 ชิวิตต้องได้รับการเกื้อหนุนจากสี่กัลยาณมิตร นั่นคือ คำชี้แนะจากผู้รู้ การช่วยเหลือจากผู้มีบารมี การติชมจากเพื่อนฝูง และการตรวจสอบจากผู้ด้อยกว่า ซึ่งกัลยาณมิตรทั้งสี่นี้คือผู้ส่งผลต่อวิถีของคนๆหนึ่ง ตั้งแต่วัยเด็ก กัวจิ้งซึ่งเป็นคนยกย่องผู้กล้า ยึดมั่นในหลักการ จึงได้เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือเจ๋อเป๋จนกลายเป็นผู้รู้หรืออาจารย์คนแรกในชีวิต (สอนการยิงธนู) จากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจากเตมูจินซึ่งเป็นผู้มีบารมีและก็ได้เป็นเพื่อนกับลูกๆของเตมูจิน และถือเป็นเพื่อนฝูงที่ดีในวัยเด็ก และเนื่องด้วยกัวจิ้งเป็นคนมีความเอื้ออาทรต่อทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน จนได้รู้จักกับอึ้งย้งตอนที่เธอปลอมตัวเป็นขอทานซึ่งถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่สุดต่อชีวิตของเขา แม้กัวจิ้งจะสมองทึบ และดูจะบ๋องๆไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น แต่อึ้งย้งก็คอยชมคอยให้กำลังใจตลอดจนทำให้กัวจิ้งเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจากมู่เนี่ยมฉือ เพื่อนหญิงของหยางคางที่ขาดความเข้าใจ ความใจกว้าง แถมยังคอยกำกับหยางคางต้องทำโน่นทำนี่

 

3 ม้าตีนต้นใช่ว่าจะนำตลอดกาล คนที่สอบได้ที่ 1 ในชั้นประถม ใช่ว่าจะได้ที่ 1 ในระดับมัธยม และสอบได้ที่ 1 ในมัธยมใช่ว่าจะต้องได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในมหาวิทยาลัยเสมอ ในชั้นประถม (วัยเด็ก) นั้น หยางคางก็คือนักเรียนดีเด่นได้อาจารย์อย่างชิวชู่จี (丘处机) ถ้าเทียบกับปัจจุบันก็คือติวเตอร์ชั้นนำของประเทศและหยางคางเองก็ไอคิวสูงดีเยี่ยม ในขณะที่กัวจิ้งนอกจากสมองช้าแล้ว ครูผู้สอนแต่ละคนก็ระดับธรรมดาประมาณครูบ้านนอกที่มีความพยายาม สอนให้รู้จักหนักเอาเบาสู้ อยู่กับความเป็นจริง และกัวจิ้งมีความมุมานะเลยได้รับการปูพื้นฐานมาดี พอเข้าสู่มหาวิทยาลัย (วัยผู้ใหญ่) หยางคางได้เหมยชาวเฟิงเป็นอาจารย์ ซึ่งมีฝีมือระดับหนึ่งแต่ถูกไล่ออกจากสำนัก นอกจากวิธีการสอนของเธอจะมีปัญหาแล้ว สภาวะจิตใจของเธอก็มีปัญหาซึ่งส่งผลถึงหยางคางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจารย์ที่สามารถนำพาหยางคางสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ก็คือ โอวหยางเฟิง แต่หยางคางดันไปฆ่าลูกของอาจารย์ซะ เลยต้องตกระกรรมลำบาก ส่วนกัวจิ้ง แม้ในระดับประถมกับมัธยมจะการเรียนงั้นๆ อะไรไม่เข้าใจก็ขยันท่อง ท่องจำโดยก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนเข้ามหาวิทยาลัยได้เจอกับอาจารย์ระดับหัวแถวทั้งสี่อย่าง หงชีกง โจวป๋อทง (จิวแป๊ะทง) ฮว๋างเย่าซือและต้วนฮว๋าเหย เรียกว่าอาจารย์มือถือของจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล เกษตรฯ มาอยู่กับกัวจิ้งหมด และการที่กัวจิ้งมีความมุมานะ แม้ไม่เข้าใจก็อาศัยท่องจำ อย่างเดชคัมภีร์ “จิ่วยินเจินกง” ที่ฝึกได้ไม่กี่กระบวนท่าเนื่องด้วยไม่เข้าใจสิ่งที่บอกในคัมภีร์ และด้วยสิ่งที่ท่องจำมาจนวันหนึ่งเจอกับอาจารย์ผู้รู้อย่างจิวแป๊ะทง (รู้แต่ไม่มีคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์) ก็สามารถฝึกฝนและบรรลุได้อย่างรวดเร็ว

 

กิมย้งได้มองทะลุปัญหาเรื่องการอบรมสั่งสอนบุตรหลานในโลกปัจจุบัน จึงได้นำเอาปัญหานี้มาถ่ายทอดแทรกอยู่ในความนัยระหว่างบรรทัดของนิยายกำลังภายในที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ถ้าใครอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วก็จะสามารถเข้าใจถึงสิ่งที่แฝงอยู่ และความสำเร็จและความล้มเหลวของตัวละครทั้งสองนั้น ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การอบรมเลี้ยงดูโดยพื้นฐาน และปัจจัยแวดล้มทั้งเพื่อนฝูงและครูบาอาจารย์ที่มีส่วนเสริมให้ชีวิตประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้โดยแท้

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต ลิขสิทธิ์เป็นเจ้าของภาพนั้นๆ