\ 







 

Audioquest

Niagara 1000

เครื่องมือซักฟอกระบบไฟชั้นเยี่ยม

 

เป็นการออกแบบระบบกรองไฟให้สะอาดเอี่ยมของGarth Powell โดยสร้างรูปแบบให้เป็นลักษณะคล้ายปลั๊กรางไฟขนาดเขื่องชิ้นหนึ่ง วัสดุชุบมันแปลบปลาบหรูหรา โดยถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบจากเทคโนโลยีที่ใช้ใน Niagara 7000 รุ่นท็อปที่ ได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูง

เจ้าของชุดเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ ระดับสุดยอดทั้งหลายก็มักจะเลือกใช้

สำหรับNiagara 1000 เป็นปลั๊กกรองไฟที่ Garth Powell ผู้ออกแบบได้ย่อขนาดจองเครื่องให้เล็กลงและราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยทั้งรุ่นพี่ 7000 กับรุ่นน้อง Niagara 1000 ที่เรากำลังพูดถึงนี้ต่างก็ใช้สายแกนแข็งที่มีความต้านทานต่ำพิเศษ (ultra-low resistance solid-core wiring) เพื่อให้เกิด noise ที่ต่ำ ให้ทิศทางเสียงที่ถูกต้องใช้เทคโนโลยีการจัดทำตัวเก็บประจุที่ทำให้ความเที่ยงตรงของเสียงดียิ่งขึ้นโดยมีความคลาดเคลื่อน (distortion) ลดลง

ส่วนตัวปลั๊กเสียบและเต้าเสียบทำจากทองแดงเบริลเลียมความบริสุทธิ์สูงมีความต้านทานต่ำและเคลือบด้วยเงินเพื่อให้ย่านความถี่เสียงกระจายได้ดียิ่งขึ้น

ทำนองเดียวกัน Niagara 1000 ยังมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟกระชากเทคโนโลยีที่ไม่ทำให้เกิดกระแสไฟเกิดสัญญาณปนเปื้อนกับสายดิน (Zero Ground-Contamination Technology)

และปิดเมื่อกระแสไฟเกินเพื่อปกป้องชุดเครื่องเสียงของคุณ ที่สำคัญคือ ยังนำเอาเทคโนโลยีอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ AQ มาใช้ในรุ่นนี้คือ Ground-Noise Dissipation System and Ultra-Linear Noise-Dissipation Technology เพื่อสลาย noise

ด้านบนของตัวกรองไฟ ที่เหมือนปลั๊กรางไฟนี้ จะ มีปลั๊กให้เสียบต่อเครื่องเสียงได้ถึง6 ชุด สองชุดที่สำคัญ จะระบุเป็นช่องเสียบต่อไฟให้กับ High Current หรืออุปกรณ์ที่กินพลังไฟระดับสูง และสำหรับช่องต่อกับเพาเวอร์แอมป์ และรีซีฟเวอร์.

ในกรณีที่ระบบไฟถูกป้อนเข้ามาเกินหรือ Extrme Voltage ก็จะมี

แอลอีดีแสดงผลให้ทราบ. รวมถึงแอลอีดีแสดงถึงสัญญาณไฟเข้าหรือpower on นอกจากนั้นในส่วนด้านท้ายของปลั๊กรางไฟชุดนี้ ยังมีระบบรีเซ็ท ที่ถูกตัดจากวงจร อันเนื่องมาจาก ไฟกระโชกเกิน10 แอมแปร์

มีสวิตช์ ปิดเปิดการใช้งาน และ ที่เสียบสายไฟAC ที่สามารถเลือกสายที่มีคุณภาพระดับสูงขนาดใดก็ย่อมได้

ผมได้รับสายไฟ ของAudioquest มาทดลองคู่กัน สองเส้น คือ Monsoon และBlizzard ถ้าถามว่าสาย มีผลต่อการทำงาน ของเครื่องกรองไฟแค่ไหน ก็ต้องบอกว่า พอสมควรเลยครับ แต่ตัวหลักที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเสียงในระบบซิสเต็ม คือ Niagara1000

บททดสอบนี้ จะแบ่งออกเป็นสาม ส่วน ส่วนแรกคือการใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์ออดิโอ สองระบบอะนาล็อก สาม ระบบภาพ โดย จะมีการลงReference เครื่องต่างๆที่ใช้งาน ต่อท้ายบทความนะครับ

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเหตุและผลของการออกแบบ AudioquestNiagara 1000 นั้น เป็นหลักการพื้นฐานของการกรองไฟ ในอุดมคติจริงๆ

มีระบบคุมไฟหรือเป็นสเตบิไลเซอร์ อยู่ในปริมาณหนึ่ง เพื่อป้องกันการไฟตก ไฟเกินเล็กน้อยที่อาจจะทำให้ค่าของNoise ที่มากับกระแสไฟเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ไม่ใช่สเตบิไลเซอร์ ตัวคุมไฟโดยตรง

การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ วงจร คำนึงถึง ความbalanced พอดี ของการจ่ายไฟ การจัดการกับระบบกราวนด์(Zero Ground-Contamination Technology) ตรงนี้ผมถือว่า คือ เคล็ดลับที่สำคัญมาก ก่อนจ่ายไฟขาออกให้เครื่อง วงจรจะสามารถหักnoise ที่ปนเปื้อนมา ให้สูญไป โดย ไม่ไปทำให้มีการลดทอนย่านความถี่เสียงแต่อย่างใด

วงจรจะสามารถควบคุมปริมาณความร้อนที่จะเป็นตัวเร่ง noise และการจัดการหักล้างRF ได้อย่างหมดจด

สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เสียงกวนจากไฟที่เกี่ยวพันกับระบบกราวนด์ คลื่นวิทยุและการส่งย่านความถี่โทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้Niagara 1000 ทำได้ดีมาก เรียกว่าเป็นหัวใจการออกแบบเลยครับ ในการที่ผมเคยฟังและใช้งานรุ่นใหญ่ Niagara 7000 ต้องยอมรับว่า มีคุณสมบัติที่เหมือนกันมากครับ

ผลการทดสอบ

เพื่อให้กระชับ เหมาะกับการอ่านทางfacebook และ website ผมขอสรุปผลของการใช้งาน ดังต่อไปนี้

ผลกับระบบดิจิตอล สตรีมมิ่ง การเล่นไฟล์เพลง

ตรงนี้ เป็นส่วนที่อยากได้ สมใจนึกมากครับ คือ สากเสี้ยนดิจิตอลหายไปแยะมากอย่างน่าทึ่ง ครับ ผมฟังเพลงที่ส่งผ่านจากTIDAL ตามปกติ ผมรู้สึกว่า เสียงแบนไปสักหน่อย แต่ เมื่อใช้ผ่านระบบกรองไฟAudioquestNiagara 1000ความกลมกลึง ของย่านความถี่ ดูมีระเบียบที่ดีมากขึ้น

สามารถรับฟังเวทีเสียงตื้นลึกจากเพลงได้ อันนี้ ถือว่าน่าพอใจมาก

ตามปกติแล้วเราต้องยอมรับว่าระบบดิจิตอลนั้นมักจะถูกรบกวนได้ง่ายมากกว่าระบบอะนาล็อก คือถึงแม้จะถูกสัญญาณรบกวนเท่ากันแต่ผลของดิจิตอลจะมีผลที่เลวร้ายกว่า

นั่นคือความsensitive ของDigital Audio ดังนั้น คนที่ใช้ระบบDAC ด้วยแล้วผมไม่อยากให้คุณมองข้ามNiagara 1000 ชุดนี้ มันทำให้เสียงที่เราเคยได้ยินนั้นมีพลังขึ้นอย่างมหาศาล

ถ้าจะพูดถึงในแง่ของรายละเอียดยิบย่อยต่างๆของดิจิตอลนั้นดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าอาจจะขาดความละมุนละไมหรือช่องไฟดนตรีอาจจะไม่กว้างได้มากเหมือนอะนาล็อก

แต่เมื่อใช้Niagara 1000ท่านก็จะพบว่าสิ่งเหล่านี้ได้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์มากขึ้น

โดยเฉพาะใครก็ตามที่ใช้แอมป์ คลาสD ทั้งหลายอยากให้ลองครับว่า เสียงที่ไหลลื่นแบอบอุ่นไร้ขยัก อย่างที่ผมว่านั้นมันน่าฟังขึ้นอีกมากแค่ไหน

ฟังแล้วได้ความรู้สึกที่เป็น มิวสิคคัลมากขึ้นจริงๆ เหมือนกับซักฟอกเสียงคลุมเครือมัวมน “เสียงกระด้าง”ให้หายไปฉับพลันทันที ทำให้คุณรักเสียงดิจิตอลมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ในการทดสอบกับอะนาล็อก

อันนี้ ต้องบอกว่า เริ่มจากแอมป์ขยายเสียงเลย “ประทับใจจ๊อด”มากถึงมากที่สุดครับ

คือพลังอัดฉีด ดูจะดีขึ้น เสียงเต็มอิ่มขึ้นและการแยกแยะรายละเอียดความลึกตื้นของเวทีดนตรีต้องบอกว่ายอดมากๆโดยเฉพาะเมื่อใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงผ่านไปทางแอมปลิไฟร์ เราจะพบถึงความอิ่มความรู้สึกแห่งพลังดนตรีมากยิ่งขึ้นชัดเจนจริงๆครับ

ความรู้สึกด้านไดนามิคเสียง ต้องร้อง ว้าว เลยครับท่าน นึกว่า นี่คือการยกเพอร์ฟอร์ม้านซ์เครื่องเสียงใหม่ทั้งชุด เลยละนั่น )แต่ไม่มีผลต่อบุคลิกเสียงของซิสเต็มครับ)ผู้ฟังจะรู้ได้ทันทีถึงรายละเอียดและไดนามิคเสียงที่ยอดเยี่ยมความเป็นชิ้นเป็นอันของดนตรีจะปรากฏชัดดีกว่าที่คุณเคยฟังตลอดมา

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกได้เลยว่าเสียงเบสมีความเป็นตัวตนสูงขึ้นอย่างมากแบบไม่เคยปรากฏมาก่อน หลังจากที่นำเอาเครื่องทั้งเต็มมาเสียบไฟจากตัวAudioquestNiagara 1000

ความClean นี่จะเป็นจุดต่างไปจากระบบกรองไฟจากปลั๊กรางไฟอื่นๆที่ผมเคยใช้งาน เพราะมันสะอาดใส น่าฟังโดยไม่รู้สึกว่า มีอะไรมาปรุงแต่ง

ขอยืนยัน....เป็นอะไรที่คุณขาดไม่ได้จากระบบซิสเต็มครับ

ผลการทดสอบระบบภาพ

ไหนๆ ก็ลองกัน หลายรอบหลายวันแล้ว มาลงที่ระบบภาพดูสักหน่อย จะได้มีคำตอบสำหรับคนที่สนใจว่า มันจะมีผลตรงไหนอย่างไร ผมบอกได้เลย Clean เป็นผลที่ได้จริงครับ จากปกติที่การเผยแพร่ภาพจากรายการทีวีดิจิตอล รายการNetflix เราจะเห็นได้ง่ายครับ ว่า

ภาพจะเนียน สะอาดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม

อาจจะเทียบเคียงเป็นเปอร์เซ็นต์ ไม่มาก ก็จริง แต่ผลจากการรับชม ภาพที่ได้จะเห็นความเอิบอิ่มของสีมากขึ้นครับ ภาพมีมิติลึกชัดมากจากจอทีวี4K ตรงนี้สามารถรับรู้ได้โดยง่ายแค่สลับด้วยการเสียบเต้าไฟ ของตัวกรองไฟAudioquest. Niagara 1000 มาเป็นปลั๊กไฟธรรมดา ก็จะเห็นผลเปรียบเทียบในทันที

แนะนำให้ท่านที่ใช้ โปรเจคเตอร์ ควรจะใช้ด้วยครับ ผลของภาพจะสะอาดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ให้สังเกตจาก มิติและไดนามิคของภาพครับ

ในด้านภาพและเสียง คุณจะได้ความสะอาดอย่าง แน่นอน ถือว่าการลดNoise นานาประเภทมีผลต่อซิสเต็มของเรามาก

Audioquest Niagara 1000 คือเครื่องมือซักฟอก กระแสไฟที่ชะงัดและได้ผลที่สุด ถ้าไม่ทำต้นทางให้Clean บริสุทธิ์สะอาดแล้วละก็ เราจะได้เสียงที่มีคุณภาพได้ยาก

ด้วยงบเพียงแค่เพียง38,165บาท คุณจะได้เสียงที่ดี เที่ยงตรง และดีที่สุดเท่าที่ซิสเต็มเครื่องเสียงของคุณจะพึงให้ได้ ดังนั้น ขอสนับสนุนเต็มร้อยเลยละครับ เพราะนี่คือการชุบชีวิตเครื่องเสียงทั้งชุด ครับ